wax statue of LP Toh
LP Toh was born in the year of the pig.
It's said that the child statue can fulfill all wishes.
statue of King Taksin
Guanyin statue in the temple compound
the ordination is now under restoration
Wat Pradu Chimplee
Update : November 4, 2023
Today I'm taking you to visit one of the most well-known temples in Thailand, just a 5-minute walk from Wat Paknam Phasi Charoen.
In the past, It was an ordinary temple that nobody heard of. But after Luang Pu Toh was appointed to be the abbot, the temple became known. As time passed, his fame grew rapidly and he became one of the most respected monks in Thailand.
The temple was built in the late reign of King Rama 3 and completed in the early reign of King Rama 4, that took about 8 years, by Tat Bunnag as a project director.
There are some buildings in the temples, but the important one is a two-story building with the large photo of King Rama 9 and LP Toh. When you walk up stairs to the 2nd floor, you will see the statue of LP Toh, a copy of Phraphuttha Chinnarat, a Chinese goddess, and a child statue together with his toys. It's said that the child statue can fulfill all wishes.
After paying homage to LP Toh, you walk down stairs and you will find a statue of King Taksin (the king of Thonburi), the Buddha's footprint, and Buddha statues.
Please note that you aren't allowed to walk in the ordination, because it's now under restoration. The Bunnag Family built this temple, and their descendants still supports it.
LP Toh and King Rama 9
Everyone might wonder why the large picture of the king and LP Toh is placed in the temple, because the king highly respected LP Toh.
The king always visited LP Toh personally between 9.00pm-11.00pm in order to learned Dharma from him and practiced meditation.
There is a story saying that disciples of LP Toh asked for permission to make his statue. But LP Toh didn't allow and said that there would be a deity making his statue after his death.
And the deity he mentioned was King Rama 9. After LP Toh passed away, the king came to the temple to cast the gold statue of LP Toh. Now the gold statue is placed in front of the copy of Phraphuttha Chinnarat
LP Toh met a chinese goddess
One day when LP Toh made meditation in the ordination hall, one of the eight immortal gods suddenly appeared in front of him. The god convinced him to be a disciple of Guanyin, but he refused and said that Guanyin was Chinese, he was a Thai Buddhist monk. However, eight immortal gods didn't stop trying to convince him.
Soon after that, he met Guanyin. Guanyin and her gods entered the ordination hall while he was closing his eyes. The gods told him to open his eyes. At that moment he opened his eyes, he was stunned by her aura of brightness.
Guanyin gave him Chinese monk robes and pants. He accidentally received and wore them, but a few seconds later he realized that he was Buddhist monk, not Chinese monk. He quickly took them off, but it was too late. Guanyin said he became her disciple after accepting Chinese pants, and aslo told him to eat vegetarian food during the festival every year.
He refused to eat vegetarian food in the first few years, and as a result, was seriously ill. Eventually, he became a full vegetarian until his death.
Luang Pu Toh's Biography
LP Toh Intasuwanno was born March 27, 1887. He decided to follow the Buddha's path at an early age. He later served as the abbot of Wat Pradu Chimplee when he was only 26 years old. And he passed away at the age of 93 years old.
The temple became known during his time (19 century). A lot of devotees from all around Thailand and abroad always visited him, including King Rama 9 and royal members. LP Toh was very famous for being the creator of the Buddha amulet, especially Phra Pidta.
There is a family that has run his own business, King's stella. This family was very rich, but one day his business went bankrupt. So, he asked LP Toh how he could solve many problems, LP Toh gave him an amulet called "Phra Pidta". The family believes he become rich again because the amulet.
วัดประดู่ฉิมพลี
วัดนี้ตั้งอยู่ติดริมน้ำ ใกล้กับ วัดปากน้ำภาษีเจริญ เดินมาแค่ 5 นาทีเอง ในอดีตถือเป็นวัดดังที่ผู้คนต่างหลั่งไหลกันมาเพราะความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่โต๊ะ ท่านถือเป็นเกจิที่ดังมากๆ ในยุคนั้น
วัดประดู่ฉิมพลี สร้างขึ้นในปลาย ร.3 แต่สร้างเสร็จในต้นรัชกาลที่ 4 รวมเวลาก่อสร้าง 8 ปี โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) เป็นประธานดำเนินการสร้าง
วัดนี้ไม่ได้ใหญ่มาก อาคารภายในวัดก็มีไม่กี่หลัง แต่อาคารหลักของวัด คือ อาคารปูน 2 ชั้น ด้านหน้าอาคารมีรูปในหลวง ร.9 เดินประคองหลวงปู่โต๊ะ
เมื่อมาถึงอาคารหลัก ให้เดินขึ้นไปที่ชั้น 2 เราจะเห็นพระพุทธชินราช เจ้าแม่กวนอิม กุมารทองพร้อมกับของเล่น ชาวบ้านเล่าว่าคนมาบนกับน้องกุมารแล้วสมหวังกัน บางคนก็ถูกหวย จึงมีของเล่นมาแก้บนมากมาย ส่วนด้านข้างกุมาร ก็คือรูปหล่อหลวงปู่โต๊ะ พร้อมกับหมูที่แกะสลักจากไม้ เนื่องจากหลวงปู่โต๊ะเกิดปีหมู
เมื่อกราบหลวงปู่โต๊ะแล้ว ก็เดินลงมาชั้นล่าง เราจะพบศาลาซึ่งประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน เจดีย์กลมทรงรามัญที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท วิหารอีกสองหลังที่ประดิษฐานพระนอนองค์สีขาวและพระปางเปิดโลก
ส่วนอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ดังนั้นพระพุทธรูปองค์นี้จึงมีนามว่า "พระสุโขทัย" แต่ชาวบ้านมักเรียกท่านว่า "หลวงพ่อสุโขทัย" ขณะนี้ทางวัดไม่อนุญาตให้เข้าไปในอุโบสถ เพราะอยู่ระหว่างการบูรณะ คาดว่าจะใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ
อย่างที่ทราบกันว่า ตระกูลบุนนาคเป็นผู้สร้างวัดนี้ ปัจจุบันตระกูลบุนนาคก็ยังเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการบูรณะวัด และได้ก็เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมทำบุญด้วย สำหรับท่านใดที่อยากร่วมทำบุญในการ บูรณะอุโบสถ สามารถโอนไป ธนาคารไทยพาณิชย์ / ชื่อบัญชี วัดประดู่ฉิมพลี / เลขที่บัญชี 070-219-3808
หลวงปู่โต๊ะกับในหลวง ร.9
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมมีรูปในหลวง ร.9 อยู่ที่วัด เพราะสมัยก่อน ร. 9 ศรัทธาหลวงปู่โต๊ะมาก ท่านได้เสด็จมาที่วัดบ่อย โดยท่านมักเสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์ ช่วงเวลาประมาณ 21.00-23.00 น. เพื่อสนทนาธรรมและเรียนกรรมฐานกับหลวงปู่โต๊ะ
ซึ่งท่านได้ฝึกสมถกรรมฐาน เพ่งกสิน พร้อมหลับตาบริกรรมคำว่าพุทโธต่อหน้าพระประธาน จนกระทั่งเห็นพระประธาน หลวงปู่โต๊ะพูดอยู่เสมอว่า ในหลวง ร.9 ทรงใฝ่ในธรรม
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่ากันว่า ลูกศิษย์หลวงปู่โต๊ะมาขออนุญาตหลวงปู่สร้างรูปหล่อ แต่หลวงปู่ไม่อนุญาต และได้บอกว่า "ยังไม่ต้องทำ เดี๋ยวฉันตายแล้ว เทวดามาสร้างให้" เมื่อคราวที่หลวงปู่โต๊ะมรณภาพ ผู้ที่มาเททองสร้างรูปหล่อให้หลวงปู่ก็คือ ในหลวง ร.9 ปัจจุบันรูปหล่อหลวงปู่โต๊ะได้ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระพุทธชินราชจำลอง
หลวงปู่โต๊ะพบกับเจ้าแม่กวนอิม
เพื่อนๆ สงสัยกันไหมว่าทำไมวัดจึงมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม? และทำไมคนจีนในประเทศไทยและต่างประเทศจึงศรัทธาหลวงปู่โต๊ะมาก? มาฟังเรื่องราวของท่านกันเลย
ครั้งหนึ่งขณะที่หลวงปู่นั่งสมาธิอยู่ในอุโบสถ พลันก็เห็นเซียน 8 องค์เข้ามาพูดกับท่านว่า "พระแม่กวนอิมมารับท่านเป็นสาวกและให้ท่านปฏิบัติแบบมหายาน คือไม่ฉันเนื้อวัว เนื้อควาย และให้ฉันเจทุกเทศกาลกินเจ"
หลวงปู่ก็ไม่ยอม จึงเถียงไปว่า "พระแม่เป็นคนจีน หลวงปู่เป็นคนไทยและนับถือพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ไม่ตกลงด้วย" นับแต่นั้นมาเซียน 8 องค์ก็มาเฝ้าอ้อนวอนให้หลวงปู่เปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันหนึ่งเซียนทั้ง 8 องค์ก็มาหาอีกและบอกว่า "วันนี้พระแม่กวนอิมเสด็จมาด้วยพระองค์เอง พักรออยู่ข้างนอก"
หลวงปู่ไม่สนใจได้แต่หลับตาเสีย เซียนองค์หนึ่งจึงไปเชิญพระแม่กวนอิมเข้ามาในอุโบสถ และบอกให้หลวงปู่ลืมตาขึ้น หลวงปู่ลืมตาเห็นพระรัศมีสว่างไสวและพระลักษณ์สวยงามมาก พระแม่เจ้าให้หลวงปู่เข้าเป็นสาวกทางพุทธศาสนามหายาน และประทานเสื้อกางเกงชุดพระจีนให้ใส่แทน หลวงปู่เผลอรับเสื้อกางเกงมาสวมใส่ พอกางเกงสวมมาถึงเข่า ก็รู้สึกตัวได้สติ รีบดึงกางเกงออกทิ้งไป
พระแม่กลับบอกว่า "ท่านเป็นสาวกของพระแม่แล้ว ต่อไปนี้ท่านจะต้องฉันเจทุกปีตามเทศกาลเจของชาวจีน" แล้วพระแม่กวนอิมและเซียนทั้ง 8 องค์ ก็หายวับไป
เมื่อถึงเทศกาลเจครั้งแรก หลวงปู่ไม่ยอมฉันเจ ผลก็คือหลวงปู่อาพาธหนัก พอหมดเทศกาลเจอาการอาพาธก็หายไป ในปีต่อๆ มา ก็เป็นเช่นนี้อีก สุดท้ายหลวงปู่จึงต้องฉันเจในเทศกาลเจ ทุกปีของเทศกาลเจ หลวงปู่จะแต่งชุดพระจีนในเวลากลางคืน และเมื่อหลวงปู่นั่งสมาธิ พระแม่ก็ได้พาหลวงปู่ไปเที่ยวดินแดนสุขาวดีพุทธเกษตร พร้อมทั้งสอนวิชชาให้
ภายหลังเมื่อหลวงปู่กลับจากการเยือนพุทธคยาที่ประเทศอินเดีย หลวงปู่ก็เริ่มฉันภัตตาหารมังสวิรัติ คือ การเว้นเนื้อสัตว์และมันสัตว์ทั้งปวงโดยเด็ดขาดอย่างจริงจัง ตราบถึงกาลมรณภาพ
ประวัติหลวงปู่โต๊ะ
หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ (พระราชสังวราภิมณฑ์) เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2430 เมื่ออายุได้ประมาณ 7-8 ขวบ ท่านได้มาอยู่วัดประดู่ฉิมพลี และต่อมาก็ได้เป็นเจ้าอาวาสเมื่ออายุได้เพียง 26 ปีเท่านั้น
วัดเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในช่วงที่หลวงปู่โต๊ะเป็นเจ้าอาวาส (ตั้งแต่พ.ศ. 2456 - 2524) รวมระยะเวลา 68 ปี หลวงปู่มรณภาพเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2524 รวมสิริอายุได้ 93 ปี 73 พรรษา
วัตถุมงคล
สำหรับวัตถุมงคลที่ท่านสร้างไว้มีมากมาย โดยในช่วงแรกที่ท่านสร้าง ท่านได้กดพิมพ์ด้วยตัวเอง ทำผงเองและปลุกเสกเอง พระเครื่องของท่านได้รับความนิยมมาก ราคาปัจจุบันอยู่ที่หลักแสนถึงหลักล้าน แต่ระวังของปลอม ซึ่งมีเยอะมากตามท้องตลาด ถ้าอยากได้ของแท้ ให้มาที่วัด
พระที่ได้รับความนิยม เช่น เหรียญจิ๊กโก๋เป็นเหรียญรุ่นที่สาม (ปัจจุบันราคา 8 หมื่นบาท) พระปิดตาจัมโบ้หนึ่ง เนื้อเกสร (ปัจจุบันราคา 2 ล้านบาท) ส่วนพระปิดตาจัมโบ้สอง เนื้อเกสร (ปัจจุบันราคา 3.5 แสนบาท) ฯลฯ
เหรียญจิ๊กโก๋ เป็นเหรียญที่ท่านสร้างช่วงแรกๆ สมัยก่อนปล่อยเช่าองค์ละร้อยเอง มีคนเช่าแล้วเอาไปทดลองยิงในวัดเลย ปรากฏว่ายิงไม่ออก เลยวิ่งกลับมาซื้อจนเกลี้ยงวัดเลย
หลายคนอาจไม่ทราบว่า เจ้าของบริษัท king's stella ที่ทำหนังสือถวายวัด ถวายหลวงปู่โต๊ะ เคยประสบปัญหาวิกฤตฟองสบู่แตก จนเป็นหนี้ เขาจึงได้มาปรึกษาหลวงปู่ว่า ทำอย่างไรจึงปลดหนี้ได้
หลวงปู่โต๊ะจึงมอบพระปิดตา (เนื้อเกสร) ให้และบอกว่าให้เอาไปปลดหนี้ปลดสินนะ ปัจจุบันเขาสามารถปลดหนี้ได้แล้ว ดังนั้นพระรุ่นนี้ จึงมีชื่อว่า "พระปิดตา รุ่นปลดหนี้" ซึ่งรุ่นนี้ทำแค่สามพันองค์เท่านั้น
คาถาแก้วสารพัดนึก หลวงปู่โต๊ะ
(ท่องนะโม 3 จบ)
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
นะโม เม สัพพะพุทธานัง อุปปันานัง มะเหสินัง
ตัณหังกะโร มะหาวีโร เมธังกะโร มะหายะโส
สะระณังกะโร โลกะหิโต ทีปังกะโร ชุตินธะโร
โกณฑัญโญ ชะนะปาโมกโข มังคะโล ปุริสาสะโภ
สุมะโน สุมะโน ธีโร เรวะโต ระติวัฑฒะโน
โสภิโต คุณะสัมปันโน อะโนมะทัสสี ชะนุตตุโม
ปะทุโม โลกะปัชโชโต นาระโท วะระ สาระถี
ปะทุมุตตะโร สัตตะสาโร สุเมโธ อัปปะฎิปุคคะโล
สุชาโต สัพพะโลกัคโค ปิยะทัสสี นะราสะโภ
อัตถะทัสสี การุณิโก ธัมมะทัสสี ตะโมนุโท
สิทธิธัตโถ อะสะโม โลเก ติสโส จะ วะทะตัง วะโร
ปุสโส จะ วะระโท พุทโธ วิปัสสี จะ อะนูปะโม
สิขี สัพพะหิโต สัตถา เวสสะภู สุขะทายะโก
กะกุสันโธ สัตถะวาโห โกนาคะมะโน ระณัญชะโห
กัสสะโป สิริสัมปันโน โคตะโม สักยะปุงคะโว
พุทโธ สัพพัญญุตะญาโณ มะหาชะนา นุกัมปะโก
ธัมโม โลกุตตะโร วะโร สังโฆ มัคคะผะลัฎโฐ จะ
อินทะสุวัณณะ ปาระมี เถโร อิจเจตัง ระตะนัตตะยัง
เอตัสสะ อานุภาเวนะ สัพพะทุกขา อุปัททะวา
อันตะรายา จะ นัสสันตุ ปุญญะลาภะ มะหาเตโช
สิทธิกิจจัง สิทธิลาโภ สัพพะ โสตถี ภะวันตุ เม ติ