The ordination hall, the viharn, the meditation hall

Inside the ordination hall 

Buddha statue is called Luang Pho Nak

Meditaton hall

Long-tailed boat

Indra god riding on Erawan (Three-headed elephan)

Wat Phosri

Update :  Septemper 20, 2022

This temple is located in In-Buri district. It's one of the five Buddhist schools in Singburi, under Dhammayut Nikaya sect like Wat Boat (In-Buri) and Wat Phai Dum.

Don't overlook! It's more beautiful than you ever imagined, especially the decoration inside the ordination hall and the building called viharn

We start today at the Indra shrine, situated near the entrance of the temple. You will see Indra god riding on a three-headed elephant, that looks as if the elephant was walking through the wall. 

Behind the Indra shrine, there is the ordination hall, the building with an ancient Buddha statue (Lunag Pho Nak) and a meditation hall.

Once you step inside the ordination hall, you will be surprised by everything around you, whether it be paintings on the wall, chandeliers, or a set of altar tables with mother of pearl inlay. Also, the soft lights make the room more beautiful. 

The next building is called viharn, where the ancient Buddha statue named Luang Pho Nak is enshrined. It's the Khmer style Buddha statue, aged more than 1,000 years

Most people ask LP Nak for a promotion at work, whereas someone prays for properties to sell. LP Nak once helped a man sell properties. After his wish was fulfilled, he donated about 7 million baht to build the indra shrine.

The last building is a meditation hall, that I'm not sure this is a place for visitors or novice students, but there is nothing inside. 

Did you notice that there are 2 small buildings near viharn? One enshrines the Buddha statue, and the other one enshrines the statue of Luang Pho La, the former abbot.


Monk Biography

Luang Pho La (Phrakru Winit Silakhun) was a teacher of Luang Pho Toh of Wat Khamphang. He passed away on August 30,1943, at the age of 82.

He was ordained as a monk at Wat Phosri, when he was 20 years old. Four years later, he made a pilgrimage and happened to meet Luang Pho Phao of Wat Tham Tako. He then became his disciple and learned magic arts from him.

After his pilgrimage, he returned to Wat Phosri and was appointed as the abbot. But not long after that, he wanted to change his Buddhist lineage, so he resigned as abbot and was re-ordained in Dhammayut Nikaya sect at Wat Ratchabophit.

Later, Wat Phosri was converted from Maha Nikaya sect to Dhammayut Nikaya sect. Therefore, LP La was offered the position of abbot of Wat Phosri, when it fell vacant.

When he became abbot, he attended a grand blessing ceremony at Wat Ratchabophit in 1938. At that time, there were 108 monks from all over Thailand were invited to the ceremony.

วัดโพธิ์ศรี

หนึ่งในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ธรรมยุติกนิกาย เช่นเดียวกับ วัดโบสถ์ (อินทร์บุรี) และวัดไผ่ดำ 

สำหรับน้องๆ ที่ต้องการศึกษาต่อที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับชั้น ม.1 - ม.6 ก็มาสมัครเรียนได้นะคะ *ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนวัด แต่การเรียนการสอนเหมือนกับโรงเรียนรัฐบาลเลย ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดที่ลิ้งของวัดไผ่ดำได้

วัดนี้เป็นอีกวัดที่เราชอบมากๆ ภายในอุโบสถ และวิหารตกแต่งอย่างสวยงาม เราขอเริ่มที่อุโบสถก่อนละกันนะ ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และตกแต่งอย่างสวยงามด้วยโคมไฟ พร้อมทั้งฝาผนังที่แสดงเรื่องราวของเทพบนสวรรค์ สิ่งที่แปลกคือ อุโบสถที่นี่ไม่มีใบเสมา วัดนี้ถือเป็น วัดแรกในรัชกาลที่ในหลวง ร.9 ทรงตัดลูกนิมิตครบทั้ง 9 ลูก รอบพระอุโบสถ

ส่วนวิหารจะอยู่ติดกับอุโบสถ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อนาคปรก ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า หลวงพ่อนาค อายุกว่า 1,000 ปี หลวงพ่อนาคถูกพบอยู่กลางทุ่งนา ชาวบ้านที่พบเห็นพยายามเคลื่อนย้ายท่านมาที่วัด แต่ทำยังไงก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

จนกระทั่งได้ทำพิธีบวงสรวง ถึงนำท่านมาที่วัดได้ คนส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อมาขอพรหรือบน โดยส่วนใหญ่จะขอเรื่องการขายที่ดินหรือขายบ้าน และขอเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ที่นี่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มากันเยอะมาก

ด้านหน้าทางเข้า เราจะเห็นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ สร้างด้วยทองแดง คนที่มาสร้างพระอินทร์ เขาได้มาบนขายที่ดินกับหลวงพ่อนาค เมื่อสำเร็จตามตั้งใจ จึงมาสร้างถวาย ซึ่งศาลนี้มีมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท


ประวัติหลวงพ่อลา

หลวงพ่อลา หรือพระครูวินิตศีลคุณ ท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อโต๊ะ วัดกำแพง เป็นอีกหนึ่งเกจิดังในสิงห์บุรี มรณภาพวันที่ 30 ส.ค. 2486 สิริรวมอายุ 82 ปี ท่านได้บวชที่วัดโพธิ์ศรี เมื่ออายุ 20 ปี และในพรรษาที่ 4 ท่านเริ่มออกธุดงค์และได้พบกับหลวงพ่อเภา วัดถ้ำตะโก จ.ลพบุรี ท่านจึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์และเรียนไสยเวทย์กับท่าน

หลังจากธุดงค์ ท่านกลับมาที่วัดโพธิ์ศรีและได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส แต่ไม่นานนักท่านก็ขอสละตำแหน่งไปอุปสมบทใหม่ที่วัดราชบพิธ เพราะชอบแนวทางการปฏิบัติแบบธรรมยุติ 

ต่อมา วัดโพธิ์ศรีได้เปลี่ยนจาก มหานิกาย เป็น ธรรมยุตินิกาย ประกอบกับตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง ชาวบ้านจึงได้นิมนต์หลวงพ่อลากลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดอีกครั้ง

หลวงพ่อลาได้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก ปลุกเสกเหรียญกริ่งรูปเหมือน แหวนมงคลเกล้า ณ วัดราชบพิธ ในปี 2481 ซึ่งมีพระเกจิดังทั่วประเทศ จำนวน 108 รูปเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย โดยพิธีนี้ถือว่าจัดอย่างยิ่งใหญ่มากๆ

ส่วนวัตถุมงคลที่ท่านสร้างไว้มีมากมาย เช่น เหรียญ ผ้ายันต์ รูปถ่าย ตะกรุดโทน แต่เหรียญนั้น ท่านสร้างแค่รุ่นเดียวในปี 2468 โดยด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อนาคปรก ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อลา