the previous ordination hall after renovation

The principal Buddha statue in the new ordination hall

All Dhamma practitioners (women) sleep in a large pavilion

Luang Pho Toh's photo. He's the 2nd abbot

Spirit house

practitioners meditate under trees

cracks in the walls of the previous meditation hall

a big hole in the ceiling

temple budgets around 14 million baht for reconstruction

meditation hall plans

Wat Koi Sangkaram

Update :  August 24, 2022

It isn't far from two temples, just 3 km from Wat Tanot and  3.9 km from Wat Bangphan. Therefore, you can combine a visit to Wat Koi Sangkaram with other temples.

Are you looking for somewhere to practice the Buddha's teachings? If you say yes, this is the right place for you.

I know it's difficult for foreigners to come here, because it's quite far from the main road. And you need to use a private car or share a private hire vehicle with others. 

The reason I want you to come here because the current abbot can speak English, that makes your life easier when you stay here. However, if you don't feel comfortable coming here, you can go to Wat Amphawan of Luang Pho Jarun instead. 


Reconstruction a meditation hall

Nowadays, a meditation hall that was built for over 10 years, needs to be demolished, because the ground under the meditation hall sinks. There are several cracks in the walls and ceilings throughout the hall.

Therefore, Dhamma practitioners meditate in a tiny room instead, that doesn't have enough space to accommodate a lot of practitioners. They sometimes meditate outside the room.

A few years ago, the temple sent a budget request for meditation hall reconstruction to the National Office of Buddhism (NOB), but it wasn't approved.


For those who want to transfer money to help temple rebuild the meditation hall, please see details below.

Krung Thai Bank Public Company

SWIFT Code : KRTHTHBK

Address : Bangkok, Singburi, Thailand

Branch : Tesco Lotus Singburi

Account name : Wat Koi Sangkaram 

Account number : 977-0-08687-8


Monk Biography

The current abbot or Phrakru Phaowana Waranusat is a meditation teacher. He teaches a vipassana meditation to Dharma ambassadors in Thailand and went abroad to do Buddhist activities. 

He also received the ASEAN Prim Award 2019 in the field of Buddhism propagation.

He has been in the monkhood for about 50 years and never disrobed. He used to live in temples in the northeastern region of Thailand, before becoming the abbot of Wat Koi. 

Nowadays, he still teaches meditation to all practitioners at Wat Koi and other temples in Thailand.


Monk Biography

Luang Pu Toh is the 2nd abbot, who passed away a long time ago. However, most of the villagers still sense the presence of LP Toh, because LP Toh has worked a lot of miracles.

When he was alive, he used to catch a chick that walked with its hen. And he gently rubbed the chick's head 3 times before letting it go. The chick should had followed its hen, but apparently the chick walked around LP Toh. This event was seen by many Dharma practitioners.

Another event happened when he was invited to a villager's house to perform a Buddhist ceremony. As LP Toh was walking to the house, three shots suddenly rang out. 

After a while, a man carrying a long gun walked towards LP Toh. He prostrated himself before LP Toh, and begged for his forgiveness among dozens of workers. Later, he became LP Toh's disciple. 

These events as I said took placed in the past. But another event just took place in September, 2022. I went to Wat Koi and happened to see a lot of villagers gathering around a pavilion, that placed LP Toh's photo. The villagers were walking many times around the pavilion and also offered food. I only know that they came back to redeem their vows.


Do's and Don'ts in Buddhist temples




Dharma practice schedule

Day 1


Day 2


Last day


*Nam pana is water without fruit or dried fruit (non-alcoholic drinks) such as fruit juice, coffee, tea etc.

If you want more information, please call : +066 084-7545-433, +066 086-4130-972 or Facebook วัดข่อยสังฆาราม สิงห์บุรี

วัดข่อยสังฆาราม

วัดนี้ตั้งอยู่ ต.หัวไผ่ ห่างจาก วัดโตนด แค่ 3 กม. และ วัดบางพาน แค่ 3.9 กม. ตลอดสองข้างทางธรรมชาติเน้นๆ ทุ่งนาล้วนๆ ดังนั้นทุกคนควรเช็คลมยางกับน้ำมันให้พร้อม เพราะถ้ารถเกิดเสียกลางทุ่งนานี่ นรกชัดๆ เลยนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก 

ติดกับวัดข่อยมีปั๊มน้ำมัน เป็นปั๊มเล็กๆ ของชาวบ้าน มีน้ำมันอยู่ 2 ชนิด คือ น้ำมันโซฮอล์ 95 แต่อีกชนิดนึงจำไม่ได้อ่ะ เมื่อมาถึงวัดแล้ว เราจะพบว่าภายในวัดมีต้นไม้ให้ความร่มรื่นหลายจุด และที่นี่ยังมี "ศาลากาแฟพบธรรม" ซึ่งมีกาแฟและชาให้กินฟรีตลอดทั้งวันทั้งคืน 

สำหรับที่พักนั้นก็คล้ายกับ วัดอัมพวัน ของหลวงพ่อจรัญ คือนอนรวมกันกับแม่ขาวคนอื่นๆ ในศาลาขนาดใหญ่ กับนอนในห้องเล็กๆ ที่เป็นส่วนตัว เราต้องการแบบไหนก็แจ้งเจ้าหน้าที่ของวัด สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศวัดป่า เราแนะนำให้ไปที่ วัดสวนธรรมรักษา จ.ชัยนาท และ วัดป่าศรีถาวรนิมิตร จ.นครนายก

สำหรับใครที่มี เพื่อนชาวต่างชาติที่สนใจปฏิบัติธรรม เพื่อนๆ สามารถ แนะนำให้มาที่วัดนี้ได้ เพราะท่านเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ พระครูภาวนาวรานุศาสก์ ท่านพูดภาษาอังกฤษได้ และท่านยังมีลูกศิษย์เป็นชาวต่างชาติอีกหลายคน 

เมื่อมาถึงวัดแล้วก็อย่าลืมแวะไปกราบศาลเจ้าพ่อที่อยู่ด้านหลังบริเวณที่เรากินข้าวกันด้วยนะคะ ศาลนี้ได้สร้างปาฏิหาริย์มาแล้ว ไม่นานมานี้มีคนแก่ติดเตียงจาก จ.ชลบุรี ให้คนนำพระพุทธรูปขนาดใหญ่มาถวายวัดข่อย เนื่องจากเขาฝันเห็นศาลเจ้าพ่อ

ลืมบอกค่ะ ที่หน้าวัดมีตลาดนัดเล็กๆ ด้วย โดยตลาดนัดจัดขึ้นใน วัน 4 ค่ำ และ 11 ค่ำ มีแค่ในช่วงเช้าเท่านั้น มาอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านกันนะคะ


สร้างอาคารปฏิบัติธรรม ปี พ.ศ.2565

เนื่องจากอาคารปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างมานานเป็นสิบปี เกิดทรุดตัวลง ทำให้ผนังห้อง พื้นกระเบื้องหรือเพดานร้าวไปหมด วันที่เราเข้าไปถ่ายรูป บอกตรงๆ กลัวอาคารถล่มทับมาก 

ตอนนี้ผู้ปฏิบัติธรรมยังไม่มากนัก เพราะช่วงโควิด ดังนั้นหลวงพ่อจึงให้ผู้ปฏิบัติธรรมนั่งในอาคารหลังเล็กๆ ใต้เรือนนอน แต่ถ้าคนมาวัดเยอะ ก็ต้องออกมาปฏิบัติธรรมนอกอาคาร ซึ่งอาศัยเงาของร่มไม้แทน อาคารหลังนี้ก็เก่ามากเช่นกัน บางจุดมีรูขนาดใหญ่ทะลุลงมาชั้นล่าง

ท่านเจ้าอาวาสจึงวางแผน จะทุบและสร้างศาลาปฏิบัติธรรมใหม่ เพื่อรองรับผู้คนที่จะเข้ามาวัดในอนาคต ซึ่งจะใช้งบประมาณราวๆ 14 ล้านบาท จริงๆ ทางวัดได้ทำเรื่องของบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาไปแล้วเมื่อปีก่อน แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ 

ดังนั้นใครที่อยากร่วมบุญสร้างอาคารปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะ 10, 20 บาทหรือหลักร้อย ก็โอนเข้า ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส สิงห์บุรี, ชื่อบัญชี วัดข่อยสังฆาราม, เลขที่บัญชี 977-0-08687-8


ประวัติพระครูภาวนาวรานุศาสก์

ท่านคือเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน (พ.ศ.2565) ท่านเป็นพระวิปัสสนาจารย์ อบรมวิปัสสนากัมมัฏฐานแก่พระธรรมฑูตสายต่างประเทศ และยังปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศอีกด้วย 

นอกจากนี้ท่านยังได้รับรางวัล ASEAN Prime Award 2019 ซึ่งเป็นรางวัลคุณภาพตัวอย่าง อาเซียนดีเด่นแห่งปี ครั้งที่ 1 ปี 2562 สาขาเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ท่านบวชมาประมาณ 50 พรรษา ไม่เคยลาสึกเลย ท่านเคยอยู่ในวัดทางแถบอีสาน ก่อนจะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดข่อย ท่านดูแลวัดข่อยมาร่วมสิบปี ปัจจุบันนี้ท่านก็ยังไปอบรมการทำสมาธิให้กับพระ เณร ในจังหวัดอื่นๆ 

การทำสมาธิที่นี่ จะมีการสอบอารมณ์ทุกครั้ง บางคนนั่งแล้วคอยจะง่วง ท่านจะแก้ให้โดยให้เดินจงกลมมากกว่านั่ง และท่านจะตอบคำถามผู้มาปฏิบัติธรรมทุกคน บางคนเห็นนิมิต ท่านจะแนะวิธีปฏิบัติให้


ประวัติหลวงพ่อโต๊ะ

ท่านคือเจ้าอาวาสรูปที่ 2 ของวัด ถือเป็นอีกหนึ่งเกจิดังในสิงห์บุรี ชาวบ้านแถวนั้นศรัทธาท่านมาก มีครั้งนึงมีกิ่งโพธิ์ปักลงตรงกลางหลังคาโบสถ์ ท่านชี้ไปที่กิ่งโพธิ์แล้วกล่าวว่า "กิ่งโพธิ์นี้มาทับโบถส์ ไม่น่าจะมีอยู่เลย" ไม่นานนักกิ่งโพธิ์นั้นก็เฉาและเหี่ยวตายไปเอง

นอกจากนี้ท่านยังเคยจับลูกไก่ที่เดินมากับแม่ไก่ โดยเอามือลูปที่หัวลูกไก่แค่ 3 ครั้ง แล้วปล่อยไป ปรากฏว่าลูกไก่นั้นไม่ยอมเดินตามแม่ไก่ แต่กลับมาเดินวนเวียนรอบหลวงพ่อโต๊ะ เรื่องราวในครั้งนั้นมีผู้ปฏิบัติธรรมเห็นหลายคน

อีกเรื่องที่ทำให้วัดดังมากในยุคนั้น คือ เรื่องคงกระพันชาตรี สมัยก่อนมีนักเลงมาลองดีกับท่าน ตอนนั้นหลวงพ่อได้รับกิจนิมนต์ให้ไปสวดมนต์เย็นที่บ้านของชาวบ้าน เมื่อไปถึงบ้าน เจ้าของบ้านรีบเดินมาล้างเท้าให้หลวงพ่อ 

ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นถึง 3 ครั้ง ผ่านไปสักพักมีชายคนนึงถือปืนลูกซองยาวเดินตรงมายังหลวงพ่อ แล้วก้มลงกราบเท้าหลวงพ่อท่ามกลางคนงานหลายสิบคน แล้วขอขมาที่ลองดีกับหลวงพ่อ ต่อมาเขาจึงมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ นอกจากนี้ยังมีคนเคยลอบยิงข้ามศรีษะหลวงพ่อมาแล้ว แต่ปืนยิงไม่ออก

แล้วยังมีเรื่องเล่าอีกว่าคนที่คล้องพระของท่าน จะรอดตายแบบปาฏิหาริย์ทุกราย เช่น ชาวนาคนนึงที่คล้องพระของหลวงพ่อโต๊ะ ถูกศัตรูเอาปืนยิง แต่ลูกปืนไม่เข้าเนื้อ ฯลฯ

เพื่อนๆ สามารถไปกราบหลวงพ่อโต๊ะได้ที่ศาลาข้างอุโบสถ โดยเราจะพบรูปภาพและรูปหล่อของท่านในศาลา ชาวบ้านละแวกนั้นเล่ากันว่า รูปปั้นของหลวงพ่อจะแสดงสีหน้าได้ ในช่วงที่วัดจะมีเรื่องราวร้ายๆ หรือภัยพิบัติเกิดขึ้น ใบหน้าของท่านจะแสดงหน้าเศร้า



ตารางปฏิบัติธรรมของวัด


วันที่ 1


วันที่ 2


วันสุดท้าย

ติดต่อวัดโทร 084-7545-433, 086-4130-972 หรือ Facebook  วัดข่อยสังฆาราม สิงห์บุรี