this building is called Phra Mondop
Luang Pho Suang's wax statue in Phra Mondop
Amulet photos hang on the walls of Phra Mondop
Luang Pho Suang's big photo
The principal Buddha image in the current ordination hall
The previous ordination hall is called "Viharn Maha-ud"
Wat Cheepakhao
Update : July 5, 2022
It's often said that if you come to Singburi without paying your respects to Luang Pho Suang, one of the top guru monks, then you have never arrived in Singburi. LP Suang was also known as "Thepphrajao Mueang Sing", that means "The god of Singburi town" or "Por Yai" during his time.
In the past, this temple used to be very prosperous under his care. Hundreds of devotees flocked to the temple to pay their respects to him every day. Most of the devotees not only wanted to meet him but also gots his talismans, because they believed that all of the talismans had magic powers to protect them from danger.
For those who want to buy his talismans or amulets whether it be Phra Somdej (amulet), takrut (Holy object) or even LP Suang's photo. It's now hard to find the original ones in Thai amulet markets. And currently, its price is very high! from hundreds of thousands to millions (baht). But luckily, there is an amulet shop in the temple where you can buy the real ones.
Alright, it's time to explore everything in the temple. As you walk through the entrance, the first thing everyone notices is the extra-large monochrome photo of LP Suang (black and white photo) on the large easel.
When you walk past the big photo, you will see a building with a multi-tiered pyramidal roof, where we called Phra Mondop. Inside, there is LP Suang's wax statue, amulet photos created by LP Suang, a standing Buddha statue, and of course, his body also. His body isn't placed in a coffin but is in the black urn instead.
Walking out of Phra Mondop, you will see two ordination halls. The first one is a small white building, where Thai people call "Viharn Maha-ud". It's the place where LP Suang consecrated various holy objects. The other one is bigger and looks similar to the ordination hall in other Buddhist temples.
วัดชีปะขาว
วัดนี้ตั้งอยู่ อ.พรหมบุรี ถ้าเพื่อนๆ มาถึงสิงห์บุรีแล้ว ไม่ได้ไปกราบพระเกจิดังที่วัดชีปะขาวแห่งนี้ ถือว่ามาไม่ถึงบ้านเรานะ ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยรุ่งเรืองมาก เมื่อครั้งหลวงพ่อซวง อภโย ยังมีชีวิตอยู่ ชาวบ้านต่างขนานนามท่านว่า "เทพเจ้าแห่งเมืองสิงห์" หรือ "พ่อใหญ่"
สำหรับเครื่องรางของขลังที่ท่านสร้างไว้มีไม่มากนัก และมีพุทธคุณเป็นเลิศทุกชิ้น ดังนั้นราคาจึงสูงมาก ปัจจุบันราคาหลักแสนถึงหลักล้าน และหายากมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายของท่าน พระลีลา พระผงกลีบบัว พระสมเด็จเนื้อทองเหลือง ตะกรุด ฯลฯ
ใกล้ๆ กับทางเข้าวัด สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็น คือ รูปถ่ายของหลวงพ่อซวง (เป็นภาพขาวดำขนาดใหญ่) ถูกยึดไว้กับเสาสีฟ้า และมีบาตรขนาดใหญ่วางอยู่เหนือรูปของท่าน ถัดไปจะเป็นพระมณฑป ซึ่งภายในประดิษฐานรูปหล่อของท่าน รูปถ่ายวัตถุมงคลต่างๆ ที่ท่านได้สร้างไว้ และร่างของท่าน ซึ่งถูกเก็บอยู่ในโกศสีดำ
ฝั่งตรงข้ามพระมณฑปคือ โบสถ์ (หลังใหม่) และโบสถ์มหาอุตม์ (หลังเก่า) ซึ่งหลวงพ่อซวง ได้ปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ ในโบสถ์หลังเก่าแห่งนี้ สำหรับใครที่อยากเช่าวัตถุมงคล ก็เข้ามาที่วัดได้ค่ะ
ประวัติหลวงพ่อซวง
หลวงพ่อซวง มีชื่อว่า ซวง พานิช เกิดวันที่ 18 มิ.ย. พ.ศ.2442 ที่บ้าน ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เมื่ออายุได้ 26 ปี หลวงพ่อได้อุปสมบทที่วัดโบสถ์อัมพวา จ.อ่างทอง ต่อมาย้ายมาจำพรรษาที่วัดชีปะขาว จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อมรณภาพ 18 ก.ค. พ.ศ.2510 สิริอายุได้ 69 ปี
ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ท่านได้บอกกับคณะกรรมการวัดว่า "ถ้าต้องการให้โบสถ์หลังใหม่ ที่กำลังก่อสร้างอยู่แล้วเสร็จ อย่าเพิ่งฌาปณกิจร่างท่าน มิฉะนั้นโบสถ์จะสร้างไม่สร้าง" คณะกรรมการจึงได้เก็บร่างท่านไว้ในหีบไม้อย่างมิดชิด ประดิษฐานไว้บนศาลาการเปรียญ เพื่อให้ญาติโยมมากราบไหว้และร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ หลังจากนั้นไม่นานโบถส์ก็สร้างเสร็จตามคำของท่าน
เมื่อโบสถ์สร้างเสร็จ ทางวัดจึงได้สร้างรูปหล่อห้อยคอของหลวงพ่อซวง เนื้อทองเหลือง (ปลายปี 2508) เพื่อตอบแทนน้ำใจของผู้ที่บริจาคเงิน (ตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป) ในการร่วมสร้างโบสถ์ โดยได้จ้างช่างหล่อพระแถบหมู่บ้านบางมอญ ใกล้กับ วัดสว่างอารมณ์ จำนวน 500 องค์ สร้างโดยใช้วิธีหล่อแบบโบราณ และผสมกับแผ่นทองเหลืองชนวนที่ลงอักขระเลขยันต์ไว้แล้ว จากนั้นก็นำพระทั้งหมดใส่บาตร แล้วนำไปปลุกเสกที่โบสถ์หลังเก่า (โบสถ์มหาอุตม์)
เล่ากันว่า การปลุกเสกวัตถุมงคลของหลวงพ่อซวงไม่เหมือนใคร โดยท่านจะนำบาตรที่บรรจุรูปหล่อโบราณของท่าน ตั้งไว้หน้าพระประธานในโบสถ์มหาอุตม์ แล้วคลุมด้วยผ้าขาว โดยท่านจะเปลี่ยนที่นั่งปลุกเสก จนครบ 4 ทิศ ทิศละ 1 ชม. จากนั้นท่านจะนำบาตรน้ำมนต์มาตั้งไว้หน้าบาตรที่บรรจุวัตถุมงคล แล้วนำกระดานชนวนมาเขียนอักขระเลขยันต์จนเต็มกระดาน แล้วก็เป่าพรวดไปที่กระดาน "ทันใดนั้นเลขยันต์ที่อยู่บนกระดาน จะไปลอยอยู่บนผิวน้ำของบาตรน้ำมนต์" นี่คือ วิชานะปัดตลอด ต่อมาท่านจะนำน้ำพระพุทธมนต์มาประพรหมบนผ้าขาวที่คลุมบาตรที่บรรจุวัตถุมงคล เป็นอันเสร็จพิธี
ในช่วงปี พ.ศ.2554 รูปหล่อของท่านที่ถูกสร้าง ในปี พ.ศ.2508 มีราคาสูงถึง 1-3 แสนบาท ปัจจุบันนี้ไม่ต้องไปหานะคะ เพราะมีแต่ของปลอม และคนที่ได้ครอบครองก็พบปาฏิหาริย์มากมาย ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากปล่อยเช่า
หลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้ว 26 ปี วันที่ 2 มี.ค. พ.ศ.2536 คณะกรรมการวัดได้เปิดโลงของท่าน ปรากฏว่าร่างของท่านไม่เน่าเปื่อย และยังมีเนื้อหนังครบสมบูรณ์ แต่ร่างของท่านแข็งเหมือนหิน ทางวัดจึงตัดสินใจเก็บร่างท่านไว้ในโกศสีดำ
หลวงพ่อซวง เป็นพระที่สมถะ ไม่ยอมรับปัจจัยใดๆ เป็นการส่วนตัว นอกจากนี้ท่านยังไม่ยอมรับสมณศักดิ์หรือตำแหน่งใดๆ ที่เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีมอบให้ แต่ท่านจำเป็นต้องรับตำแหน่ง "พระวินัยธร" เพราะเจ้าคณะจังหวัดขอร้องให้ท่านรับ ประกอบกับตำแหน่งว่างลงพอดี
ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงและพลังจิตอันแก่กล้า เช่นเดียวกับ หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม ท่านสามารถห้ามฝน ย่นระยะทาง หยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า นอกจากนี้ท่านยังสามารถทำให้อีกาตาแววเชื่องได้และรู้ภาษาของมันอีกด้วย
อาจารย์ของหลวงพ่อซวง
1.หลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวน จ.สุโขทัย
2.หลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่ จ.อยุธยา
3.อาจารย์คำ ช่างประดับ ฆราวาสจอมอาคม แห่ง ต.พระงาม จ.สิงห์บุรี